เรื่องผี 114: การเดินทางสู่อีกโลก

วันนี้เอาเรื่องผีแปลผ่าน… (แปลผ่าน = อ่านสรุปอย่างเร็ว 555+) มาให้อ่านกันอีกแล้วค่ะ  จริงๆ ก็ค่อนข้างเกรงใจท่านผู่อ่านที่รอติดตามประสบการณ์น้องผีหลอนๆ ของเซเรนอยู่เหมือนกันนะคะ ไม่เอาเรือ่งตัวมาเล่าเลย แถมพออัพเว็บก็ยังเป็นเรื่องแปลอีก….  แหะ แหะ  ความเป็นจริงคือตอนนี้เซเรนกำลังใช้ชีวิตอยู่ในภาษาอังกฤษน่ะค่ะ  (อยู่ในภาษานะคะ ไม่ได้อยู่ในอังกฤษ 555+)  แล้วคือสมองเราไม่สมารถปรับระบบเป็น 2 ภาษาให้สวิตซ์มาเขียนภาษาไทยยาวๆ ได้ ก็เลยลำบากเวลาจะเขียนเล่าอะไรเป็นภาษาไทยนิดนุงในช่วงนี้ (ขนาดหน้าวอลเฟสยังแทบจะไม่อัพ 555+)  ได้แต่อ่านอิงค์แล้วก็แปล หรือถ้าจะเขียนเองก็เขียนออกมาเป็นภาษาปะกิดไปอีก…. ง่ะ… เราก็งงๆ กับระบบสมองของตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่เอาเป็นว่าอดทนรอกันสักนิดนุงนะคะ  ไว้เซเรนออกจากภาษาอังกฤษเมื่อไหร่จะเล่าเรื่องประสบการณ์ผีเข้าไตรภาคให้อ่านกันค่ะ อิ อิ อิ

เล่าเรื่องผี

Ghost Story 114; การเดินทางสู่อีกโลก

การได้อ่านประสบการณ์วิญญาญของคนอื่นๆ ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องที่ฉันได้ประสบมาเมื่อครั้งที่สามีของฉันตาย…

สามีเก่าได้มาอาศัยอยู่กับฉันและลูกชายในช่วงที่เขาป่วยและไม่มีบ้านอยู่อาศัย หลังจากมาอยู่ร่วมกันได้ไม่นานเขาถูกวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นมะเร็งระยะที่สาม ตัดสินใจในการจัดการทุกอย่างซึ่งฉันจะไม่มีทางปล่อยให้เขาไปรักษาตัวเพียงลำพัง เขาอาศัยอยู่กับลูกชายและฉัน ซึ่ง… ในที่สุดเราก็ได้กลับมาเป็นเพื่อนกัน มันเป็นสิ่งที่ดีที่ฉันได้เพื่อนกลับคืนมาและลูกชายของฉันก็ได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อของเขาอีกครั้งหนึ่ง
เขาทำได้ดีมากในช่วงของการรักษาตัวระยะไม่กี่เดือนแรก แต่มะเร็งก็ลุกลามอย่างรวดเร็วและการรักษาก็กำลังคร่าชีวิตของเขา (ออกแนวแพ้ครีโม) ชายที่น่าสงสารเขามักจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และถึงสี่ครั้งด้วยกันที่ฉันจะต้องส่งเขาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน ซึ่งฉันจำเป็นที่จะต้องย้ายเขาไปอยู่ที่ Hospice (โรงพยาบาลสำหรับคนที่กำลังจะตาย… ถ้ารักษาไม่ได้ ตายแน่นอน หมอจะวินิจฉัยให้ส่งผู้ป่วยไปรพ.นี้)

ในขณะที่ดูแลสามีเก่า ฉันยังคงทำงานและแทบจะไม่ได้หลับได้นอน ทั้งลูกชายของฉัน… เขาเป็นเด็กหนุ่มอายุ 18 ที่มีอารมณ์อ่อนไหว พวกเราไม่สามารถที่จะรับปัญหาเข้ามาได้มากเกินกว่านี้อีกแล้ว สามีเก่าของฉันเขาไม่ค่อยชอบใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก ครอบครัวคนอื่นที่ยังเหลืออยู่ของเขามีเพียงพี่สาวสองคนที่ไม่สามารถรับเขาไปอยู่ด้วยได้ คนหนึ่งทำงานอยู่ที่ ซีแอตเติ้ล เบส โบอิ้ง ซึ่งจะต้องใช้เวลาอยู่ในที่ทำงานนานหลายชั่ว อีกคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเท็กซัส มันห่างไกลมาก
อย่างไรก็ตาม… เราโชคดีที่ได้สถานที่ (Hospice) ที่สวยงาม ห่างจากบ้านของฉันเพียงแค่ห้านาที และห่างจากที่อยู่ของพี่สาวเขาเพียง 20 นาทีเท่านั้น

ระยะเวลา 2 เดือนใน Hospice ผู้คนที่นั้นป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจกันเยอะมากและสามีเก่าของฉันก็ได้รับเชื้อหวัดอย่างรุนแรงในที่แห่งนั้น ด้วยความที่ร่างกายของเขาอ่อนแอมาเกินพออยู่แล้วจึกไม่สามรถต่อสู้กับนิวมอร์เนียที่เข้ามาโจมตีเขาได้ เราไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้เลยนอกจากทำให้เขาได้รับความสบายมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เขายังต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ ซึ่งมันก็ยากมากสำหรับฉันที่จะต้องพยายามไม่คิดถึงข้อเท็จจริงว่าเขาจะต้องตายในที่สุด โรคร้ายและการติดเชื้อกำลังพรากชีวิตเขาไป…
แม่ของเขาเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้หกเดือน และสองเดือนก่อนหน้านี้พ่อของเขาก็เสียชีวิตลง เหลือเพียงแต่พี่สาวทั้งสองและสามีของพี่สาวที่ถูกเรียกตัวมาเพื่อคอยกล่าวคำอำลาอยู่ข้างเตียงของเขา อย่างโชคดี… ที่ฉันสามารถโทรไปที่เท็กซัสได้ทันเวลา พี่สาวที่เท็กซัสออกจากบ้านหลักจากได้รับโทรศัพท์ของฉัน 1 ชั่วโมงและมาถึงก่อนรุ่งเช้า ลูกชายของฉันได้บอกลาพ่อของเขาแล้วเป็นการส่วนตัว เขาของกับฉันว่าจะไม่กลับไปที่ข้างเตียงของพ่ออีกครั้ง มันส่าหัสเกินกว่าที่เขาจะรับมันได้ไหว

พี่สะไภ้… พี่สาวของสามีเก่าของฉันคนที่อาศัยอยู่ซีแอตเติ้ล เธอได้แต่งงานกับชายที่สุภาพนิสัยดีคนหนึ่งชื่อ พอล พอลเป็นคนที่มีเซนต์ เขาสามารถได้ยินและมองเห็นพลังงานของคนตาย เขาเป็นคนที่ส่งวิญญาณของพ่อตาและแม่ยายของเขาให้ไปยังโลกอีกฝั่งหนึ่งในวันที่ทั้งสองคนตาย เวลาที่มีวิญญาณเข้ามาใกล้พอลเขาจะได้เสียงกริ๊งๆ (ringing) ดังขึ้นมาในหูของเขา มันเป็นอะไรที่ทำให้เขาเสียสมาธิและแย่ที่สุดเวลาเขาเดินเข้าไปใกล้สถานที่จำพวกสุสาน พอลไม่ได้มองเห็นวิญญาณ แต่เขามองเห็นได้เป็นแสงสีเหลืองๆ ขาวๆ ซึ่งเขาสามารถบอกได้ว่าเป็นวิญญาที่ดีหรือร้าย

ครอบครัวทุกคนมารวมตัวกันที่ข้างเตียงของสามีเก่าเพื่อบอกลา, เล่าถึงเรื่องราวต่างๆ, ร้องเพลงในบทเพลงแห่งความทรงจำที่เรามีร่วมกัน เป็นกิจกรรมที่ใช้เวลานานทั้งวัน พี่สะไภ้ที่มาจากเท็กซัสเหนื่อยมาก เขากลับบ้านไปเพื่อพักผ่อนและจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ ฉันมีเวลาอยู่ลำพังกับสามีเก่าน้อยกว่าครึ่งชั่วโมง เขาหายใจอย่างเร่งรีบเหนื่อยหอบด้วยอาการเจ็บป่วย ฉันจับมือของเขาไว้และอธิษฐานบอกให้เขาไม่ต้องห่วงกังวลสิ่งใดหากเขาต้องการที่จะไป.
เขามองตรงไปข้างหน้าเหมือนที่เป็นมาตลอดตั้งแต่สองวันก่อน ฉันบอกเขาให้มองหาแม่ของเขา ทันใดนั้นเขาก็บีบมือฉันอย่างรวดเร็วพร้อมกับหันไปมองมุมหนึ่งทางด้านซ้ายของห้อง, ราวกับว่าเขามองเห็นใครสักคน, จากนั้นเขาก็หันกลับมาและสูดลมหายใจเฮือกสุดท้าย และทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดนิ่งลง….

ฉันใช้เวลาอยู่ลำพังกับเพื่อนของฉันชั่วระยะหนึ่งก่อนจะโทรหาครอบครัวของสามีเก่าที่กลับไปพักผ่อนที่บ้าน เมื่อพวกเขามาถึง… ในขณะที่พอลเดินเข้ามาในห้องเขาก็พูดขึ้นมาว่า ‘สามีเก่าของฉันยังไม่ไปไหน เขายังคงอยู่ในห้องนี้ด้วยท่าทางงุนงงสับสน’ จากนั้นเขาก็เล่าต่อว่า ก่อนหน้า…ของวันนี้ (ในวันเดียวกันช่วงที่พอลมายืนอยู่ข้างเตียง) เขามองเห็นโครงร่างของพลังงานบางอย่างอยู่ที่มุมด้านซ้ายของห้อง เขารู้สึกว่าสิ่งนั้นมาต้อนรับสามีเก่าของฉัน ฉันตกใจมากเพราะฉันไม่เล่าเรื่องที่สามีหันไปมองยังตำแหน่งมุมซ้ายก่อนที่เขาจะสิ้นใจให้พอลรู้มากก่อนเลย

พอลเล่าถึงว่าเวลาเดียวกันกับที่เขาเห็นพลังงานเหล่านั้น เขาก็ได้พบเห็นกับบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย มันเป็นเหมือนควันสีแดงที่หมุนวนและเป็นประกายอยู่เหนือศีรษะของสามีเก่า เขาไม่รู้ว่าพลังงานนั้นมันหมายถึงอะไร แต่เขารู้ว่ามันคือพลังงานของสามีเก่าของฉัน

ฉันกลับมาถามถึงพลังงานพอลเห็นที่มุมซ้ายของห้องนั้นว่ามันเป็นสิ่งที่ดีหรือเปล่า
“แน่นอน ดีสิ” พอลตอบฉัน และเวลานั้นพลังงานเหล่านั้น(และสามีเก่า)ก็ยังคงอยู่กับเราภายในห้องๆ นั้น

พวกเรายังคงอยู่ในห้องนั้น… อยู่กับ(วิญญาณ)สามีเก่าของฉันจนกว่าจะเราจะมั่นใจว่าเขาไม่มีห่วงอะไร มันเป็นเวลาราวหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ จนกระทั่งเขาจากไปจริงๆ (หมายถึงจากไปยังอีกโลกกับพลังงานที่มารับ) ฉันกลับบ้านมาบอกกับลูกชายว่าพ่อของเขาได้จากไปแล้ว และสามรถบอกกับเขาได้ว่า พ่อของเขาได้จากได้โดยมีพลังงานที่ดีของคนที่รักเขามารับและอยู่เป็นเพื่อนเขาทั้งวันก่อนที่จะจากไป, พอลยังบอกฉันอีกหลังจากนั้นว่า เขาจากไปอย่างสงบสุข ไม่เจ็บปวดใดๆ

ฉันยังคงสงสัยกับพลังงานสีแดงที่พอลเห็นอยู่เหนือศีรษะของสามีเก่า ฉันไม่เข้าใจว่ามันมีความหมายอย่างไร แต่หลังจากนั้นฉันก็ต้องประหลาดใจเมื่ออ่านพบถึง ‘8 ขั้นแห่งความตาย’ ที่เขียนถึงสิ่งนั้นและเรียกมันว่า วงจรการสลายตัว(ตาย)แห่งธรรมชาติ มันเป็นความเชื่อเกี่ยวกับช่วงเวลาการตายของทิเบต กล่าวถึงการปรากฏขึ้นของควันอันเป็นประกายในช่วงเวลาที่มุนษย์ก้าวเข้าสู่ความตาย ถ้าคุณสนใจในเรื่องนี้ คุณสามารถค้นหามันใน Google ได้โดยพิมพ์คำว่า

‘Death and dying in the Tibetan tradition’

ในช่วงเวลาที่สามีเก่าของฉันได้จากไป มันเป็นอะไรที่ฉันจะไม่มีวันลืม อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าเราจะไม่โดดเดี่ยวเมื่อยามออกเดินทางสู่โลกใบใหม่ (ตายและไปยังอีกโลกหนึ่ง) ยังมีพลังงานที่ดีจากคนรักเรามาคอยสวมกอดต้อนรับเราไว้ มันคือของขวัญ…
และหากคุณสงสัยว่าเขาได้เคยมาเยี่ยมเยียนฉันบ้างไหม บางครั้งฉันคิดว่าฉันรู้สึกได้ถึงเขา แต่ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกนะ ฉันว่าเขาน่าจะยุ่งและมีชีวิตที่ดีอย่างมีความสุขอยู่ในโลกใบใหม่ของเขามากกว่า

….

Thanks for letting me share. : By otteer

Did you like this? Share it: