เรื่องผีที่ 57: เตือนแล้วนะว่า…”ผีดุ!!”

นับเป็นเรื่องผีที่…คงน่ากลัว (มั๊ง ) เรื่องนี้  เป็นเรื่องราวผีผีที่เกี่ยวกับลิฟต์ แต่ว่ามิใช่ลิฟต์แดง ม.ธรรมศาสตร์น้า  มันเรื่องที่คุณป้าผู้มีพระคุณของเรนที่เป็นเพื่อนซี้ของคุณแม่ที่เป็นคนดี สุดๆ ไปเลย ที่ตอนนี้ก็เสียชีวิตไปแล้วด้วย แต่ก่อนจะเสียชีวิตได้เคยเล่าเรื่องนี้ไว้ให้ฟังค่ะ


Ghost Story 57; เตือนแล้วนะว่า “ผีดุ!”

                เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องราวของการเผชิญหน้ากับผีในโรงพยาบาล ซึ่งคนที่เจอนั้นเป็นคุณป้าที่คบหาสนิทกับครอบครัวของเซเรนอยู่พอสมควร  คือคุณป้าคนนี้แกอายุเยอะแล้วค่ะ แล้วก็ไม่ค่อยสบายมีโรคประจำตัวไปตามประสาคนแก่ ทีนี้มีอยู่วันหนึ่งแกต้องไปตรวจเลือดที่ รพ.จะว่าป้าแกเล่าเรื่องผีเล่าให้ฟัง… ไม่รู้ใช้คำถูกหรือเปล่า ความจริงแล้วควรจะเป็น บ่นเรื่องผี ให้ฟัง หรือด่าผีให้ฟังซะมากกว่าละมั้งนั่น

ป้าแกออกจะแปลกๆ หน่อยค่ะ คือเป็นคนกลัวผีมาก แต่มีความเพรียรในเรื่องแปลกๆ ที่เราคาดว่าแม้แต่ผีก็ยังเครียดกับแก  อย่างเช่นการไปโรงพยาบาลนี้ก็เช่นกัน หมอไม่ได้สั่งให้รีบร้อนอะไรเลย แต่แกก็ถ่อไปถึงโรงพยาบาลซะตี 5 ตั้งใจว่าจะไปให้เป็นคนไข้รายแรกของ รพ. ให้ได้ ทีนี้ที่โรงพยาบาลตึกตรวจเลือดมันอยู่คนละตึกกับตึกตรวจโรค แถมยังอยู่ชั้น 5 อีก ซึ่งจริงๆ แล้วการตรวจเลือด… บังเอิญว่าเป็น รพ. รัฐบาลเลยไม่มีคนบริการให้ คนไข้ต้องเอาเลือดไปที่แผนกตรวจเลือดเอง ซึ่งก็นั่นล่ะค่ะ ด้วยความที่ป้าแกไซต์จัด ผ่าไป รพ. ตั้งแต่ตีห้า แถมยังหน้าหนาวด้วยนะคะ ฟ้ายังมืดตื๋ออยู่เลย ตอนตีห้าในโรงพยาบาล ทางเดินจากตึกตรวจโรคไปตึกตรวจเลือด ป้าแกแทบจะไม่เจอสิ่งมีชีวิตใดๆ แถมตลอดทางยังเงียบวังเวงจนน่ากลัว…
.

ป้าคนนี้ทั้งๆ ที่เป็นคนกลัวผีมาก แต่แกก็พยายามทำใจกล้าเดินไปจนถึงตึกตรวจเลือด ไปถึง…ห้องตรวจเลือดอยู่ชั้นห้า แกก็เจตนาจะขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นห้า เดินๆ ไปพอใกล้ถึงลิฟต์ แกเห็นมีผู้ชายอยู่คนหนึ่ง ถือกระเป๋าหนังสีน้ำตาลยืนอยู่หน้าลิฟต์ เห็นดังนั้นป้าเริ่มใจชื้นขึ้นมาว่าดี จะได้มีเพื่อนขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน แต่พอไปถึงหน้าลิฟต์กำลังจะกดเรียกลิฟต์ อยู่ๆ ผู้ชายคนนั้นพรวดเข้ามายืนขวางหน้าลิฟต์เอาไว้แล้ว ถามว่า

“จะขึ้นลิฟต์เหรอ”

“ใช่ จะเอาเลือดขึ้นไปตรวจ” ป้าแกตอบ

ด้วยความหวังดีพอได้ยินคำตอบจากป้าแล้ว ชายคนนั้นก็รีบเตือนคุณป้าทันทีเลยว่า

“ผีดุนะ!!”

ป้าแกได้ยินคำเตือนก็ชะงัก… คิดในใจ ’อะไรเนี่ย!! คนยิ่งกลัวๆ ผีอยู่ดันมาพูดอะไรให้กลัวมากขึ้นอีกเนี่ย’ ก็ทำใจแข็งเถียงกับหมอนั่นไปว่า

“ทำไมเล่า ฉันจะเอาเลือดขึ้นไปตรวจ”

“ผีดุนะ”  ชายคนนั้นพูดขึ้นมาอีก

“เออ ดุก็ดุ ฉันไม่กลัว จะเอาเลือดขึ้นไปตรวจ”  ป้าเถียง ออกแนวโมโหที่มาพูดเรื่องผีในเวลาที่ป้ากำลังกลัวเพื่ออะไรก็ไม่รู้

“ผีมันดุนะ!!”  ชายคนนั้นย้ำ ไม่ยอมหลีกทางให้ป้าขึ้นลิฟต์ไปแต่โดยดี ป้ายิ่งโมโหหนักขึ้นจึงเถียงกลับไปว่า

“ผีดุก็ช่างมัน คุณจะไปไหมล่ะ ถ้าไปก็ไปด้วยกัน ฉันจะขึ้นไปเป็นเพื่อน”

ถึงตรงนี้ ตอนที่เล่าให้คุณแม่ของเซเรนฟังป้ายังมีแอบกระซิบด้วยว่า “จริงๆ เรากลัวนะ แต่ก็ดี ยังมีเพื่อนไปด้วย”

“ไม่เอา เดี๋ยวเขาจะหาว่าหลอกคนแก่”

ชายคนนั้นตอบป้ากลับมา ป้าแกขมวดคิ้ว ยิ่งโมโหหนักขึ้น รำคาญระคนหงุดหงิดอยู่ในใจว่าคนอะไร พูดจาก็ไม่รู้เรื่อง แถมยังมายืนขวางลิฟต์ไว้ซะอีกแน่ะ จะขึ้นไปเลยก็ขึ้นไม่ได้ ท่าทางจะสติไม่ดี

พอเถียงกันแล้วอีกฝ่ายไม่ยอมหลีกทาง ป้าแกก็ชักหงุดหงิด ยอมแพ้พร้อมหันหลังขวับ ตัดอกตัดใจลากลิฟต์ เดินไปขึ้นบันไดอีกทางก็ได้!!

 

ป้าเปลี่ยนใจเดินไปขึ้นบันไดแทน แต่ก็ยังไม่วายจะเดินบ่นไปเรื่อยตลอดทางเพราะความหงุดหงิด ไปถึงบันไดก็ยังไม่เลิกบ่น พอดีว่ามียามอยู่แถวนั้นยามจึงรีบเข้ามาถามป้าว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น คุณป้าได้ทีรีบระบายอารมณ์ บ่นให้คุณยามฟังซะยาวเหยียดว่าไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้มายืนขวางลิฟต์ไว้ไม่ให้ขึ้น พูดแต่ว่าผีดุๆ อยู่นั่นแหล่ะ!!

“ขึ้นบันไดไปก็ได้ เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน” คุณยามตัดบท แล้วจึงพาป้าขึ้นบันไดไปยังห้องตรวจเลือดที่ชั้น 5

ตรวจเลือดเสร็จตรวจอะไรเสร็จ ฟังผลเลือดเรียบร้อยฟ้าก็สว่างจ้าแล้ว ขากลับคุณป้าเดินลงบันไดเพราะยังหงุดหงิดกับลิฟต์เมื่อเช้าไม่หาย ออกจากโรงพยาบาลมาก็กลับบ้านเลย พอมาถึงบ้านก็โทรมาบ่นให้คุณแม่ของเซเรนฟัง คุณแม่เราฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ จึงตั้งข้อสังเกตกับคุณป้าไปว่า

“ชักแปลกๆ แล้วนะพี่ ตานั่นมันใช่คนรึเปล่าน่ะ?”

เรื่องของเรื่องคือโรงพยาบาลนี้มีตึกสร้างใหม่ค่ะ ตอนที่กำลังสร้างเนื่องจากโรงพยาบาลจะอยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยที่เซเรนเรียน เราเลยได้ทราบว่าตอนที่กำลังสร้างตึกนี้อยู่นั้น ตึกโรงพยาบาลได้ถล่มลงมา แล้วก็มีคนงานก่อสร้างตายคาซากตึกไปด้วย 1 คน ตอนนั้นที่บ้านเรายังคุยๆ กันเลยว่า ‘แปลกดีนะ ตึกใหญ่ๆ สร้างใหม่ทีไรจะต้องมีคนตายอย่างน้อย 1 คนเสมอ สงสัยเค้าจะเอาไว้เฝ้าตึก’

แต่เอาจริงเอาจังแล้วโรงพยาบาลนั้นต่อให้ไม่มีใครตายคาตึกก็เป็นอะไรที่แรงมากอยู่แล้วนะคะ เวลาเซเรน(ซึ่งเห็นผี)เดินเข้าไปทีไรก็จะเห็นผียั๊วเยี้ยะไปหมด (ล่าสุดไปผ่าตัดนอนที่รพ.นั้นก็เจอเด็กผีมาเขย่าเตียงเล่นด้วยค่ะT~T) เรื่องรพ.นี้ค่อนข้างแรงมิใช่น้อยเป็นอะไรที่ทุกคนแถวๆ บ้านเราจะพอรู้กันดีอยู่ คุณป้าพอโดนถามไปอย่างนั้นจึงเพิ่งจะเอะใจในความเฮี้ยนของโรงพยาบาลว่า

‘เออว่ะ ตานั่นมันใช่คนรึเปล่าหว่า?’
.

ด้วยความข้องใจ อีกวันคุณป้าจึงไปโรงพยาบาลอีกรอบ แต่คราวนี้ไปสายนะคะ ไม่คิดจะเปิดรพ.แล้ว พอไปถึงก็เจอกับยามคนเดิมที่ขึ้นตึกไปเพื่อนแกเมื่อวาน คุณป้าจึงเข้าไปถามคุณยามถึงผู้ชายคนนั้น ก็ได้คำถามถามกลับมาว่า

“ผู้ชายที่ป้าเจอน่ะ ถือกระเป๋าหนังสีน้ำตาลใช่ไหม?”

ป้าแกก็บอกว่าใช่ คุณยามจึงเฉลยให้ฟังว่า

“เขาเจอกันเยอะแล้วป้า ผู้ชายคนนี้เขาตายตอนที่สร้างตึกนี้ โดนเครนล้มทับ  แล้วก็ลิฟต์ที่ป้าจะขึ้นน่ะ… มันเป็นลิฟต์ที่เขาใช้สำหรับขนศพ!!

Did you like this? Share it: