เรื่องผีที่ 77: มันอยู่ในต้นพลับพลึง

เอาความ Horror เรื่องผีๆิ ของบ้านตัวเองมาเผยแพร่ต่อ <<< กะจะไม่ชวนให้ใครมาเที่ยวบ้านแล้ว 555555

เรื่องผี

ภาพโดยคุณ Vich [http://baanlaesuan.com

Ghost Story 76;

เรื่องผีที่ 76:  มันอยู่ในต้นพลับพึง

วิญญาณในโรงเรียนสอนรำคราวที่แล้วเล่าถึงคุณพี่สไบทองกับคณะละครโขนชิมิคะ  ซึ่งก็อย่างที่เล่านั่นแหล่ะว่าคุณพี่สไบทองเธอเป็นบริวารของพระภูมิที่บ้าน ซึ่งมิใช่มีแต่เพียงพี่สไบของคนเดียวเสียเมื่อไหร่ บริวารของพระภูมิบ้านเรายังมีอีกเป็นกะบุง  เพราะฉะนั้นวันนี้มาเผยความหลอนของบริวารพระภูมิตนอื่นๆ ดีกว่า  (อยากจะบอกว่าตึกบ้านนี้สร้างมาหลายสิบปีมาก แถวนี้โจรชุม ยาบ้าก็ชุม แต่ไม่เคยมีขโมยขึ้นบ้านเราตอนกลางคืินเลย<<<เคยมีแต่ตอนเช้าตรู คนงานเปิดประตูทิ้งไว้ มีคนเข้ามาขนถังนมออกไปหน้าตาเฉยเลย)

ก่อนหน้านี้ (ประมาณช่วงที่เรนเรียนม.ต้นอ่ะนะ) มีคนมาขออาศัยอยู่ด้วยที่บ้าน คนแม่ชื่อปุ๊ คนลูกชื่อจูเนียร์ ช่วงนั้นเวลาหกโมงกว่าๆ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว อยู่ดีๆ พี่ปุ๊ที่มาอาศัยอยู่คนนั้นเขาก็เดินมาฟ้องคุณแม่เราว่า เห็นผู้ชายเดินจูงมือเด็กหายไปในพุ่มต้นพลับพลึง <<< เสียอย่างนั้น

ตอนนั้นคุณแม่ฟังก็เฉยๆ ค่ะ เพราะคนฟ้องนี่ออกจะบ้าๆ บอๆ นิดหน่อย จึงไม่ถือไม่สาเป็นจริงจัง ก็แหม… คนเดินหายเข้าไปในต้นพลับพลึง… มันน่าเชื่อได้ตายล่ะ คือหลังต้นพลับพลึงที่บ้านเซเรนนะค่ะ มันเป็นกำแพงโรงเรียนแท้ๆ 100% เลยล่ะ ถ้าหายเข้าไปได้ก็แปลว่าเดินทะลุกำแพงออกไปนอกบ้านได้แล้วน่ะสิ!! ด้วยเหตุนี้แหล่ะค่ะคุณแม่ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร ทว่า…

หลังจากนั้นอีกหลายวันต่อมา ช่วงเวลาประมาณใกล้เคียงกันกับที่พี่ปุ๊หน้าตาตื่นไปหาคุณแม่ คือช่วงเย็นๆ ค่ำๆ สักหกโมงเย็นเกือบๆ ทุ่มได้ วันนั้นเซเรนกำลังเล่นกับจูเนียร์อยู่ที่หน้าบ้าน… หน้าตัวตึกแต่ในเขตบ้านนะคะ ที่ตรงนั้นมองไปจะเห็นต้นพลับพลึงได้ด้วย เราที่เล่นกับจูเนียร์อยู่ดีๆ จู่ๆ ก็ดันได้ยิน…

ฮะ…ฮะ….ฮะ….ฮ่า….. ฮ่า….ฮ่า…..ฮ่า…..

เสียงผู้หญิงหัวเราะ… ดังกังวาลก้องมาจากนอกรัวโรงเรียน เป็นเสียงที่ฟังแล้วหลอนมาก…
ตอนนั้นเซเรนกับน้องจูที่เล่นอยู่ด้วยกันต่างคนก็ต่างเงียบ หันมองหน้ากัน กระพริบตาปริบๆ
“จูได้ยินเสียงเปล่าอ่ะ” เซเรนถามน้อง
“ได้ยินพี่ เสียงผู้หญิงหัวเราะ” จูเนียร์ตอบ

เออ…เฮ้ย ได้ยินกันทั้งคู่แฮะ เสียงมันดังมาจากนอกรั้วโรงเรียนตำแหน่งตรงหลังต้นพลับพลึง พอเป็นอย่างนั้นเราก็กับจูเนียร์ก็หันไปมองตรงต้นพลับพลึงแล้วก็……. เห็น!!
“พี่ตรงนั้นอะไรน่ะ” จูเนียร์ถาม
เซเรนพยายามมอง… พยายามเพ่งดู เวลานั้นเย็นย่ำมากแล้ว ฟ้าเริ่มมืดให้แสงเพียงสลัวๆ น้อยมาก มองไม่ค่อยชัดแต่ก็พยายามเพ่ง
“เหมือนเด็กทารกเลยล่ะจู” เราเอ่ยขึ้นเมื่อพอจะจับเงาร่างสีขาวๆ ของสิ่งที่นอนอยู่ใต้พุ่มพลับพลึงได้
“จูเนียร์ก็ว่าเหมือนเด็กทารก”
“บ้า เด็กที่ไหนมันจะมานอนอยู่ตรงนั้น”
เราเถียง ทั้งๆ ที่เดิมเราเป็นคนตั้งข้อสังเกตเองแท้ๆ แต่หากวัดจากสิ่งที่สายตาเห็น…

ดูยังไงๆ ที่ใต้พุ่มพลับพลึงนั่นก็เป็นเด็กทารกชัดๆ!!

แต่ก็อีกล่ะ!! เด็กทารกที่ไหนจะมานอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้พุ่มพลับพลึง ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงผีสางนางไม้อะไรนะคะ คิดว่าจะเป็นถูกทิ้งหรือเปล่า ถึงที่บ้านฉันจะเป็นโรงเรียนอนุบาลแต่เอาเด็กมาทิ้งตั้งแต่วัยทารกแบบนี้มันไม่ตลกเลยนะ!!
ด้วยความว่าไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นอะไร ต่อให้เป็นเด็กถูกทิ้งแต่เด็กที่ไหนจะหลับปุ๋ยเสียงร้องได้สักแอะแบบนี้ เป็นเช่นนั้นเซเรนจึงเดินเข้าไปเพ่งดูใกล้ๆ กับจูเนียร์สองคน
เสียงผู้หญิงหัวเราะมันหายไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่เราก็ไม่รู้เพราะมัวแต่เอาความสนใจไปอยู่ที่เด็กทารก เราค่อยๆ ย่องเข้าไปดูกันใกล้ๆ เดินเข้าไปใกล้มากขึ้น…. มากขึ้น…. แล้วก็มากขึ้นเรื่อยๆ …..
จนกระทั่งเดินไปจนถึงใกล้สุดที่มือจะคว้าทารกน้อยนั้นมาได้….!

ต่อหน้าต่อตาของเซเรนและจูเนีอยร์ที่ใต้พุ่มต้นพลัลพลึงนั้น…

ทารกน้อยหายไปกับสายลม…

หายไปจริงนะคะ ไม่ได้ล้อเล่น พอเราเดินเข้าไปใกล้ๆ ร่างของน้องทารกค่อยๆ จางลงและเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย…

เซเรนกับจูเนียร์หน้าเหวอเลยค่ะ ณ เวลานั้นค่อยๆ คิดถึงเรื่องที่พี่ปุ๊เจอขึ้นมาได้ว่ามีคนเดินหายเข้าไปในพุ่มต้นพลับพลึง… สงสัยจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นของคนประสาทหลอนเสียแล้วสิ
เป็นเช่นนั้นเราเลยไปเล่าให้คุณแม่ฟัง คุณแม่จึงไปปรึกษาคุณป้าที่เป็นร่างทรง ก็ได้ทราบความจากปู่ศิวะมาว่า…

ในส่วนพื้นตรงที่ปลูกต้นพลับพลึงเอาไว้นั้นเดิมเคยเป็นที่ตั้งศาลพระภูมิมาก่อน ภายหลังได้ย้ายศาลพระภูมิไปอยู่อีกที่หนึ่ง แต่ตอนที่ย้ายตอนนั้นดันลืม… ไม่ได้ย้ายบริวารพระภูมิท่านไปด้วย บริวารพระภูมิว่างงาน ไม่มีศาลอยู่จึงได้ออกมาฟ้องร้องเรียกสิทธิ์เวรคืนที่ดินกันยกใหญ่ด้วยประการฉะนี้ พอทราบความเช่นนั้นจึงทำพิธีย้ายบริวารพระภูมิตามไปอยู่ที่ศาลของท่านเป็นอันจบเรื่อง

และส่วนเสียงผู้หญิงหัวเราะที่ได้ยิน……
อยากจะบอกว่า… มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องผี วิญญาณ บริวารพระภูมิเลยแม้แต่น้อยเลยค่ะ!! แค่จังหวะมันบังเอิญกัน คนบ้านข้างๆ ดันติดเสียงสัญญาณถอยหลังเป็นเสียงผู้หญิงหัวเราะแล้วดันมากลับรถเอาตรงหน้าบ้านเรา จังหวะนั้น บริเวณนั้น ณ วันเวลาดังกล่าวพอดี แต่สุดท้ายเสียงไฟถอยนั้นก็ใช้ได้ไม่ถึงเดือนค่ะ ต้องเปลี่ยนใหม่เพราะโดนเพื่อนบ้านด่าว่าเสียงมันเกินไปจริงๆ

 

 

 

 

Did you like this? Share it: