เรื่องผีที่ 92: วิญญาณในห้องเรียน

Ghost Story 92;

เรื่องผีที่ 92: วิญญาณในห้องเรียน

วันก่อนเล่าเรื่องผีที่ปรากฏกายในงานโรงเรียน วันนี้มาต่อด้วยเรื่องผีในโรงเรียนเดียวกัน (ก็โรงเรียนที่ตูเรียนนี่แหล่ะ 555+) แต่คราวนี้มาหลอน (เล่าให้เพื่อนฟังเล่าเพื่อกบอกว่าหลอน ส่วนคนเจอรู้สึกเฉยๆ ปนหงุดหงิดไอ้ผีบ้าที่มาหลอกเราอ่ัะ -*-) เป็นเรื่องผีเหตุเกิดในสมัยยุคที่ข้าน้อยเรียนอยู่ชั้น ม.4 (ปีที่แล้วนี่เอง คริ คริ) เหตุเกิดในโรงเรียนเดิม แล้วก็ตึกเรียนก็ตึกเรียนเดิมเป๊ะๆ เลยล่ะค่ะ 

อย่างที่บอกว่าพอขึ้นม.ปลายแล้วไม่ทราบว่าอย่างไร คาดว่าผอ. ท่านคงจะห่วงสวัสดิภาพของคุณผีที่ตึกม.ปลายเก่าอันร่ำลือกันว่าเฮี้ยนนัก เฮี้ยนหนา คงเกรงว่าถ้าให้เราย้ายไปเรียนที่ตึกม.ปลายเก่าด้วยแล้วเดี๋ยวคุณผีแกจะเสีย ความมั่นใจในการหลอกคนให้กลัว (หลังๆ มันเจอบ่อยจนชิน<<<อาจดูเหมือนเจอแล้วเฉยๆ แต่ขอยืนยันว่าเราเป็นคนกลัวผีจริงๆ นะเออ)

เพราะงั้นพอเราขึ้นม.ปลาย ตึกเรียนม.ปลายจึงย้ายมารวมกับตึก ม.ต้น (ช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่พอดี นร. น้อยเลยยุบตึก) โดยม.ปลายจะเรียนอยู่ชั้น 3 ว่ากันไปว่ากันมาเรนก็เลยไม่ได้เปลี่ยนห้องเรียนกันเลย ตึกเดิม ชั้นเดิม ห้องเดิมเด๊ะๆ

พอช่วงเข้าเทอมที่ 2 ครอบครัวแตกแยก (ว่าไปนั่น^;^) แห่ะๆ คือจริงๆ แล้วช่วงนั้นคุณพ่อคุณแม่ไปเปิดร้านอาหาร+ไอศครีมอยู่ที่รังสิตนวนครนู่นแน่ะค่ะ แต่เราต้องอยู่โยงกับบ้าน หนีตามคุณพ่อคุณแม่ไปไม่ได้เพราะต้องไปโรงเรียน ชีวิตยากเข็ญ (ที่ต้องหารับประทานเอง) เลยเปิดฉากขึ้นนับแต่นั้นมา <<< ซึ่งก็ฉวยโอกาสโดดเรียน + ไปทานข้าวฟรี +เล่นเกมฟรี + แอบกลับบ้านดึก ที่บ้านคุณอาบ่อยมาก 555555

ไม่ใช่อะไรหรอก คือข้าเจ้าเป็นโรคความดันต่ำตอนเช้าๆ อ่า (ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่เลย) ตื่นเช้ายากสนิทรับประกัน 1000% (ตอนนี้แก้ปัญหาตื่นเช้าไม่ไหวด้วยการนอนมันตอนเช้าซะเลย 555+) แต่ก่อนตอนนั้นต้องไป รร. นอนเช้าไม่ได้ ต้องตื่นเช้า เลยลำบากนิด พอจะไปโรงเรียนต้องตั้งนาฬิกาไว้สองเรือนให้ปลุกตั้งแต่ตี 4 กับตีสามครึ่ง คือจริงๆ แล้วโรงเรียนกับบ้านห่างกันแค่นั่งรถสิบห้านาที แต่ที่ต้องตื่นตี 4 คือเผื่อเวลานั่งเอ๋อของช่วงความดันต่ำไปอีก 30 นาที
ถ้าเป็นปกติอยู่บ้านคุณแม่จะฉุดกระชากลากถู แต่นี่คุณม่ามี๊ไม่อยู่ ขืนไม่พึ่งตัวเองได้ชวดตำแหน่งประธานนักเรียนแหงมๆ (แต่พอได้เป็นประธานนักเรียนนะ ใช้อำนาจในทางที่ผิด ไปโรงเรียนตอน 10 โมงเฉยเลย^^)

วันนั้นก็นั่นแหล่ะ… ตื่นแต่เช้ามืด ไปโรงเรียนตั้งแต่ตี 5 (อะไรจะขยันขนาดน๊านนนน เวลาอาจารย์สอนล่ะหลับได้หลับดี ~_^ <<ตะว่าไปถึงตอนตี 4 ครึ่งก็เคยมาแล้วนะ) ตอนนั้นเรามีเพื่อนร่วมห้องที่ไปเช้าด้วยกันอยู่คนชื่อวิเวียน (นามสมมุติที่ใกล้เคียงชื่อจริง แถมเอาไปตั้งเป็นชื่อลูกหมาคลอดใหม่ที่โรงเรียนด้วยอีกต่างหาก 5555) คือเธอคนนี้จะมาโรงเรียนประมาณตีห้าครึ่งถึงหกโมง ก็เวลาประมาณเราไปถึงเหมือนกันพอดี ประเภทผลัดกันไปถึงโรงเรียนเป็นคนแรกค่ะ (บอกแล้ว…ชีวิต ม.ปลายเรามีหน้าที่ไปเปิดประตูโรงเรียนกับอยู่ปิดประตูโรงเรียนประจำ Y_Y)

ทีนี้ในวันเกิดเหตุเราเกิดเพี้ยนไง (ได้ข่าวว่าเพี้ยนทุกวันเลยนี่ฟ่า) ดัน ไปถึงโรงเรียนเช้าเกินปกติ ตั้งแต่ตีห้าน่ะค่ะ พอดีช่วงนั้นหน้าหนาวด้วย อู้หู้…บนฟ้าดาวระยิบ… เอ้า!! ไหนๆ ก็มาแล้ว ร้านขายโจ๊กหน้าโรงเรียนคู่อริกับฝ่ายปกครองก็ยังไม่มาขาย (ถึงคนแรกของโรงเรียนจินๆ) ไอ้จะไม่เข้าโรงเรียนก็กระไรอยู่ แถมถนนหน้าโรงเรียนก็อย่างเปลี่ยวเชียว โดนฉุดไม่กลัว กลัวไม่โดนนี่สิ ไม่รู้จะไปแก้ตัวกับชาวบ้านชาวช่องเขาว่ายังไง เดี๋ยวรู้กันหมดว่าเราล่อแล้วก็ยังไม่มีใครยอมมาฉุด (อะไร มันจะน่าอนาถ) สุดท้ายเลยตัดสินใจเข้าโรงเรียนดีกว่า จะได้มีข้ออ้างว่าทำไมไม่โดนฉุด

พอเดินเข้าไปในโรงเรียนก็… สุดๆ เลยค่ะ คนแรกของโรงเรียนจริงๆ อันตรายสุดยอดอีกต่างหาก คือตอนนั้นที่โรงเรียนกำลังสร้างสระอมีบากันอยู่ (สระน้ำพุที่โรงเรียนสร้างแล้วไม่ค่อยได้ใช้ <<น้ำใสไหลเย็นเห็นอมีบา แหวกว่ายปรสิตมาอยู่ไหวๆ ) เพิ่ง ทุบพื้นสนามบาสไปครึ่งสนาม คนงานก่อสร้างก็อยู่กันเต็มไม่แพ้อมีบา ถึงเรนจะเป็นนักเรียนคนแรกที่ไปถึงแต่ก็ไม่เช้าเกินไปกว่าคนงานก่อสร้างหรอก ค่ะเพราะเขาเริ่มทำงานกันเช้าก่อนเข้าเรียน เวลาเรียนทำงานไม่ได้ มลภาวะเสียงเป็นพิษ (หารู้ไม่ว่าเสียงจะดังหรือไม่ดังเราก็ง่าว เรียนไม่รู้เรื่องอยู่ดี^.^)

ก็นั่นอ่ะนะ คนงานก่อสร้างก็มีเยอะอยู่ แถมเราหน้าตาดีซะอีกแน่ะ (กล้่าเขียนได้เนียนมากเลยนะเนี่ย 5555) ไม่รู้จะอันตรายบาดเจ็บถึงตายยิ่ง กว่าอยู่นอกโรงเรียนหรือเปล่า ก็เลยต้องเซฟตัวเองไว้โดย…

พอเข้าห้องเรียนก็ปิดประตูเงียบ ไม่เปิดไฟ ไม่ให้ใครรู้ว่าในห้องนี้มีคน มีแผนการร้ายโดยเจตนากว่าถ้าใครบังอาจเสนอหน้าเข้ามา… ท่ามกลางความมืด เรนจะปล่อยผมกระเซิงๆ (ตอนนั้นผมยาวมากๆ จรดบั้นท้ายเลยล่ะ) หันไปแสยะยิ้มให้ เอาให้ราบไปเป็นป่าๆ เลย ดูซิว่าใครจะแน่กว่าใคร 555555 (แผนโฉดจริงๆ ตู)

วางแผนได้ก็ฟุบนอนเอากับโต๊ะเรียนประจำตำแหน่ง ครู่หนึ่ง…. ย๊างงงง ยังค่ะ ยังไม่ทันจะหลับ (ข้าเจ้าเป็นประเภทแม้จะอด นอนแต่ก็หลับยากสุดๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว) ขณะที่ยังฟุบหน้าลงกับโต๊ะอยู่ เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นลากยาว…

 

“แอ๊ดดดดดดดดดดดดดดดด…..”

 

อืม…เสียงประตูหน้าชั้นเรียน ลากยาวมากแต่ไม่ได้วัดเลยไม่ทราบว่ายาวกี่ไมล์ แม้จะได้ยินชัดแต่เรนก็ยังฟุบอยู่ ด้วยความเข้าใจผิดค่ะ คิดว่าหนูวิเวียนเธอมาแล้ว

‘มาเร็วดีนี่หว่า’

คิดอยู่ในใจนะคะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง วิเวียนมาก็มาไปสิไม่เกี่ยวอะไรกับเรkอยู่แล้ว อ้อ… จะเกี่ยวกันก็ตอนไม่ใครก็ใครไม่ได้ทำการบ้านมานั่นล่ะ

สักพัก… ตามติดเสียงเปิดประตูมาด้วยเสียงฝีเท้าคนเดิน คือพื้นหน้าห้องนี่เป็นไม้กระดานค่ะ เพราะฉะนั้นเสียงฝีเท้าใครเดินไปเดินมาก็จะได้ยินชัด ยิ่งสงัดๆ ด้วยแล้ว ยิ่งชัดสุดยอด แต่ก็แปลกๆ อยู่เพราะถ้าเป็นคุณวิเวียน รองเท้า นร. หญิง จะไม่ทำให้เกิดเสียงดังขนาดนี้

แต่เสียงฝีเท้าที่เราได้ยินนี่ดังมาก เหมือนรองเท้าหนังของผู้ชายตัวใหญ่ๆ เดินไปเดินมา (ในความรู้สึก รู้สึกว่าเป็นผู้ชายตัวใหญ่ๆ) ก็เอะขึ้นมาแล้วนิดหนึ่ง เพราะนอกจากเสียงรองเท้าที่ดังผิดปกติ ยังมีกฎของห้องที่ห้ามใส่รองเท้าเข้ามาในห้องเรียนอีก (ไอ้เวียน!! แกทำผิดกฎห้องเร๊อะ!! ฮึ่ม!!) นั่นแหล่ะแล้วทำไมเสียงฝีเท้าถึงได้ดังขนาดนี้ล่ะ

แต่นั่นแหล่ะ… ด้วยความที่ความง่วงไม่เคยเกรงใจคนและคนง่วงก็ไม่เคยเกรงใจใคร เราก็เลยไม่สนใจ หลอกตัวเองต่อไปว่าหนูวิเวียนเธอเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่มาโรงเรียน ดี ดี ดี เดี๋ยวกลางวันเราจะแกล้งใส่รองเท้าผิดคู่ ฮิ ฮิ ฮิ (เรากับวิเวียนดันรองเท้าไซส์เดียวกัน ใส่สับกันประจำเลย ^^) เข้าห้องเรียนก็ไม่ยอมถอดรองเท้า เราจะปรับสิบบาทด้วย เอาตังค์ไปซื้อของจัดบอร์ดซะเลย ฮุ ฮุ ฮุ (วางแผนไถเงิืนเพื่อนซะ)

เสียงฝีเท้าของรองเท้าหนังที่เหมือนกับเสียงของรองเท้าผู้ชายนั้นเดินมาจาก ทางเข้าประตูบานที่เรนได้ยินเสียงว่ามันเปิดออก ดัง ตึก ตึก ตึก เดินผ่านหน้าโต๊ะเรนไป และอ้อมไปหยุดอยู่ที่ด้านหลังเรน … ก็โชะเด๊ะคุณวิเวียนที่นั่งเธอดันมาพอดีอยู่ข้างหลังเรนอีกเหมือนกัน

เราก็… อืมวิเวียน อืม… หลับต่อไม่สนใจ ทว่า…

ไม่เข้าใจค่ะ ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณวิเวียนเธอมาแล้วไม่รู้จักไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง คือตอนนั้นที่เสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ข้างหลังนี่อย่างชัวร์เลยค่ะว่าไม่ได้ ยินเสียงลากเก้าอีกเพื่อนั่งลง แถมมาหยุดข้างหลังเราเป๊ะๆ คือหน้าโต๊ะหนูวิเวียน ไม่ได้ไปหยุดตรงเก้าอี้ที่นั่งแค่นั้นไม่เท่าไหร่ พี่เล่นส่งรังสีอำมหิตจ้องตรงมาเป๋งๆ ชนิดที่ขนาดฟุ่บหน้าอยู่เรายังทราบว่าเธอมายืนจ้องฉันอยู่ข้างหลังน่ะค่ะ  แรกๆ ก็ได้ไม่ว่าอะไร รอแค่ว่าเมื่อไหร่คุณจะนั่งที่สักทีค่ะวิเวียนขา ที่ไหนได้… อ๊าวววว เอากับเขาสิ จ้องนานสามพันปียังไม่เลิก ไอ้เราก็ขี้รำคาญเสียด้วย คิดอยู่ในใจว่า อะไรกันคุณวิเวียน ไม่มีมารยาทเรื่องอะไรมาส่งสายตาเร่าร้อนให้ชาวบ้านเขาอยู่ได้ สุดท้ายทนไม่ไหวแล้วค่ะ ขอโวยซะ!!

” เฮ้ย! เวียน! แกจะ… ”

กึก… กึก… กึก…

ประโยคคำพูดค้างอยู่แค่นั้น ก็แบบว่า… นะคะ คือข้างหลังเราไม่มีใครอยู่เลยค่ะ (อาละวาดเก้อเลย) ยิ่ง กว่าไม่มีใคร คือคุณวิเวียนเธอยังมาไม่ถึงโรงเรียนเสียด้วยซ้ำ เรนเลยหันมองไปที่ประตูหน้าชั้นเรียน… เหอ เหอ เหอ ปิดสนิท… แน่น ทน นานนับปี…

ทาน โทษเถอะ!! แล้วเมื่อกี้คุณนายที่ไหนมาเปิดประตู แถมตูยังได้ยินแต่เสียงเปิด ไม่มีเสียงปิดอีกต่างหาก(คือ เวลาไปถึงโรงเรียน เราจะปิดไฟปิดประตูอยู่มืดๆ วิเวียนเธอจะมาเปิดประตูให้ตลอด) แบบนี้มันวอนกันนี่…

ฮึ่ม!! ยอมไม่ได้แล้ว ใครกล้ามารบกวนเวลานอนของเรา เอ… หรือจะเป็นคนห้องข้างๆ

ตอนนั้นก็อย่างสงสัยเลยค่ะ ยอมเสี่ยงตายไม่กลัวถูกข่มขืนเดินออกมาจากห้องเรียน หู้…ราตรีแสงดาวยังเจิดจรัสอยู่เลยค่ะ แต่ช่างเหอะ… เรนยังบ้ามาซะมืดได้แล้วทำไมคนอื่นจะมาไม่ได้ คิดดังนั้นก็เดินไปดูที่ห้องข้างๆ และเช่นเดิม

ปิดเงียบ สนิท ติด ทน นาน…

ไม่มีสิ่งมีชีวิตโผล่มาสักคน ยังไม่หายข้องใจค่ะ ลงไปดูที่ชั้น 2 ต่อ อ้อ… อาจารย์มาแล้ว เนื่องจากว่าห้องพักครูที่อยู่คนละฟากมุมตึกเปิดไฟสว่างแล้ว แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ต้นเสียงที่เรนได้ยินๆ แน่ เพราะห้องพักครูมันอยู่คนละฟากฟ้าค่ะ เอาล่ะ… สรุปได้ ทราบแล้วค่ะว่าผี… แต่ที่ไม่ทราบคือคุณผีเธอเจตนามาหลอกหรือเปล่า ก็ขี้เกียจจะไปถามพี่ผีแกซะด้วย ไหนๆ ก็สรุปความได้แล้วก็…

นอนต่อสิคะ ก็แหม… จะให้ทำอะไรล่ะ ทราบว่าเป็นผีก็ไม่ใช่ว่าตังค์ในกระเป๋าจะเพิ่มขึ้นนี่ อารามว่าตอนนั้นง่วงแบบสุดๆ ก็เลยไม่สนใจอะไร เข้าห้อง ปิดประตู ฟุบนอนต่อตามเดิม…

ก็นั่นแหล่ะน้า…. เราจบแล้วน้า…. แต่คุณผีนี่ดิ มามุขแบบว่า เราหยุดแล้วแต่ท่านยังไม่หยุดซะงั้นเลยเฟ้ย!!

เรานอนของเราอยู่ดีๆ นะ ต่อจากเสียงเปิดประตูก็มาทำเสียงฝีเท้าเดินไปเดินมาหน้าห้องเฉยเลย มันเป็นอะไรที่แบบว่า…. เหมือนอยากจะพยายามให้เราตื่นให้ได้อย่างสุดชีวิต (ของผี)
ตอนนั้นเริ่มแอบหงิดแล้วเพราะคนจะนอนเฟ้ย แต่ก็พยายามไม่สนใจ ไอ้ผีได้แค่เดินก็ปล่อยพี่แกเดินไป (แต่เสียงดัง นอนไม่หลับนะเฟ้ย!!) ไอ้เราก็เจอขนาดนั้นทั้งๆ ที่ง่วงแสนง่วงอุตส่าห์เมตตาไม่เอาเรื่องเอาราวทำเฉยแล้ว นึกว่าจะสำนึกบุญคุณเลิกไปแต่โดยดี แต่… ฮึ่ม!! ที่ไหนได้…!!

ไอ้ผีมันเล่นหนักกว่าเดิมซะงั้น!!

มุขเดินไปมาเรียกร้องความสนใจใช้ไม่ได้ คราวนี้พี่เล่นเดินไปหลังห้อง(เสียงฝีเท้าแบบว่าเดินไป ทางหลังห้องเลยอ่ะ) คราวนี้แถมเอฟเฟคเสียงฉีกกระดาษ ขยำกระดาษ ต่างๆ นาๆ อีก

โอ๊ย!! จะเอาอะไรก็ไม่บอกมาตรงๆ คนง่วงมันนอนไม่ได้นะเฟ้ย!!

แล้วก็นั่นแหล่ะ ท้ายที่สุดเราก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ <<< ก็มันทนไม่ไหวแล้วนี่ฟ่า คนจะหลับจะนอนมากวนยวนกันอยู่ได้ เลยทุบโต๊ะดังปึง ตามด้วยตะโกนว่าคุณผีไปอีกหน่อย

” โว้ย!! คนจะหลับจะนอนมากวนกันอยู่ได้ ผีอะไรวะไม่มีมารยาท!!”

เสร็จแล้วเผ่นคับทั่น (จำได้ว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต เลยนะนั่นที่ยอมเผ่นผีแต่โดยดี<<แอบ ขึ้นเสียงประชดก่อนเผ่นอีกต่างหาก)
ว่าจบก็เดินออกมานอกห้อง ตัดใจแล้ว ไม่นอนก็ได้ฟะ ก็ว่าจะลงไปดื่มกาแฟสักหน่อย พอเดินออกมาปรากฏว่าฟ้าข้างนอกสว่างพอดี เลยนอนหลับต่อมันที่ระเบียงเอาซะเลย

เฮ้อ… กว่าจะได้หลับได้นอนนะคนเรา

 

 

Did you like this? Share it: